สภาพทั่วไป

ประวัติความเป็นมา

                    จังหวัดนครราชสีมา เป็นเมืองโบราณเมืองหนึ่งในอาณาจักรไทย แต่เดิมตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอสูงเนิน ห่างจากตัวเมืองปัจจุบัน ประมาณ 31 กิโลเมตร เรียกว่า “เมืองโคราฆะปุระ” หรือ โคราช  
กับ เมืองเสมา ซึ่งทั้ง 2 เมืองเคยเจริญรุ่งเรืองในสมัยขอม แต่ในปัจจุบันเป็นเมืองร้าง  ตั้งอยู่ริมลำตะคอง

                    สมัยอยุธยา ในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ.2199-2231) โปรดให้สร้างเมืองโดยเอาชื่อเมืองเสมากับเมืองโคราฆะปุระ  มาผูกเป็นนามเมืองใหม่เรียกว่า “เมืองนครราชสีมา” แต่คนทั่วไป เรียกว่า  “เมืองโคราช”

                    สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะเป็นเมืองชั้นเอก ผู้สำเร็จราชการเมืองมียศเป็นเจ้าพระยา  เจ้าพระยานครราชสีมาคนแรกชื่อ  ปิ่น   ณ ราชสีมา    และในรัชกาลนี้เมืองนครราชสีมาได้นำช้างเผือก 2 เชือก ขึ้นน้อมเกล้าถวาย ต่อมาในปี พ.ศ.2369 ในสมัยรัชกาลที่ 3  เจ้าอนุวงศ์ ผู้ครองเมืองเวียงจันทน์ก่อการกบฏ   ยกกองทัพมาตีเมืองนครราชสีมา   และกวาดต้อน พลเมืองไปเป็นเชลย คุณหญิงโม (ภรรยาปลัดเมืองนครราชสีมา{พระสุริยเดชวิเศษ ฤทธิ์ทศทิศวิชัย) ผู้รักษาเมือง   แสร้งทำกลัวเกรงและประจบเอาใจทหารลาว  เมื่อถูกกวาดต้อนมาถึงทุ่งสัมฤทธิ์ในเขตอำเภอพิมายก็หยุดพักกลางทางพอได้โอกาสคุณหญิงโมก็จัดกองทัพโจมตีกองทัพเวียงจันทน์แตกพ่ายไป วีรกรรมที่คุณหญิงโมได้ประกอบขึ้นนี้ รัชกาลที่ 3 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนา คุณหญิงโม ดำรงฐานันดรศักดิ์เป็น “ท้าวสุรนารี” ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้โปรดเกล้า ฯ ให้รวบรวมหัวเมืองในเขตที่ราบสูงให้นครราชสีมาเป็นที่ว่าการมณฑลลาวกลาง ในปี พ.ศ. 2434 ( ร.ศ. 110 )

 ขนาดที่ตั้งและอาณาเขต

                    จังหวัดนครราชสีมา  ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  บนที่ราบสูงโคราช  ละติจูด 15 องศาเหนือ ลองติจูด 102 องศาตะวันออก สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 187 เมตร  ตัวจังหวัดอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร โดยทางรถยนต์  255 กิโลเมตร และโดยทางรถไฟ 264 กิโลเมตร  มีพื้นที่ 20,493.964  ตารางกิโลเมตร  หรือ ประมาณ  12,808,728  ไร่ คิดเป็นร้อยละ 12.12 ของพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียง  ดังนี้

            ทิศเหนือ            ติดต่อกับ  จังหวัดชัยภูมิ และจังหวัดขอนแก่น

                       ทิศใต้               ติดต่อกับ  จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดนครนายก และจังหวัดสระแก้ว

                       ทิศตะวันออก      ติดต่อกับ  จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดขอนแก่น

                       ทิศตะวันตก        ติดต่อกับ  จังหวัดสระบุรี จังหวัดลพบุรี 


ลักษณะภูมิประเทศ

                   สภาพภูมิประเทศของจังหวัดมีทั้งที่เป็นภูเขาสูง  ที่ราบลุ่ม  พื้นที่ลูกคลื่นลอนตื้นและพื้นที่
ลูกคลื่นลอนลึก  ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 4 บริเวณ  คือ

                   1)  บริเวณเทือกเขาและที่สูงทางตอนใต้ของจังหวัดมีความสูงจากระดับน้ำทะเล มากกว่า 250 เมตร อยู่ในบริเวณอำเภอปากช่อง  อำเภอปักธงชัย  อำเภอวังน้ำเขียว  อำเภอครบุรีและอำเภอเสิงสาง  เทือกเขานี้เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำลำธารหลายสายที่ไหลไปทางตะวันออกของภาค  ได้แก่ แม่น้ำมูล           ลำแชะ  ลำพระเพลิง และลำปลายมาศ พื้นที่ระหว่างเทือกเขาส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นลูกคลื่นลอนลึกและ

ลูกคลื่นลอนตื้น  ตอนล่างของหุบเขามีความลาดชันค่อนข้างมาก  ทำให้มีการ     ชะล้างพังทลายของหน้าดินในบริเวณนี้ค่อนข้างสูง

2) บริเวณที่สูงทางตอนกลางของจังหวัดมีความสูงจากระดับน้ำทะเล 200 -250 เมตร อยู่ในเขตอำเภอด่านขุนทด  อำเภอสีคิ้ว  อำเภอเทพารักษ์  อำเภอพระทองคำ ตอนล่างของอำเภอโนนไทย    อำเภอขามทะเลสอ อำเภอเมือง อำเภอสูงเนิน  ตอนบนของอำเภอปักธงชัยและอำเภอครบุรี  อำเภอโชคชัย อำเภอหนองบุญมาก อำเภอจักราช  และอำเภอเสิงสาง  ลักษณะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นลูกคลื่นลอนตื้นยกเว้นบริเวณใกล้เชิงเขามีลักษณะเป็นพื้นที่ลูกคลื่นลอนลึก พื้นที่บางส่วนเป็นที่ราบลุ่มริมฝั่งแม่น้ำไหลผ่านหลายสาย ได้แก่ ลำแชะ ลำพระเพลิง ลำตะคอง ลำน้ำมูลและลำจักราช

3) พื้นที่ลูกคลื่นทางตอนเหนือของจังหวัด มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 200 เมตร อยู่ในเขตอำเภอขามสะแกแสง  ตอนบนของอำเภอโนนไทย  อำเภอคง  ทางทิศตะวันตกของอำเภอบัวใหญ่  อำเภอบ้านเหลื่อม  อำเภอห้วยแถลง  และอำเภอชุมพวง  อำเภอลำทะเมนชัย มีลักษณะเป็นพื้นที่ลูกคลื่นลอนตื้นที่สูงสลับที่นา    บางตอนเป็นพื้นที่ราบลุ่มบริเวณริมฝั่งแม่น้ำลำเชียงไกร  และลำปลายมาศ

4) บริเวณที่ราบลุ่มทางตอนเหนือของจังหวัด  มีความสูงจากระดับน้ำทะเลน้อยกว่า 200เมตร อยู่ในเขตอำเภอบัวใหญ่ อำเภอคง อำเภอโนนสูง อำเภอประทาย อำเภอพิมาย อำเภอสีดา 
อำเภอบัวลาย  และอำเภอเมืองยาง มีลักษณะเป็นพื้นที่ลูกคลื่นลอนตื้น และมีที่ราบลุ่มบริเวณริมฝั่งแม่น้ำ