ประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต จังหวัดนครราชสีมา

นายวิเชียร จันทรโณทัย  ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมแนวทางการจัดงานตามมติคณะรัฐมนตรีเรื่องการจัดกิจกรรม"รวมพลังแห่งความภักดี” ในวันอังคารที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ นี้ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและภาคเอกชน สื่อมวลชน ร่วมประชุมโดยกล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้  จะแสดงออกถึงความอาลัย และประกาศความจงรักภักดี ร่วมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ ปีที่ ๘๙   โดยจังหวัดนครราชสีมา จะจัดกิจกรรม รวมพลังแห่งความภักดี ร่วมกันทำความดีถวายในหลวง  ณ ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี  โดยเริ่มเวลา  เวลา ๐๖.๐๐ น. มีการนั่งสมาธิบำเพ็ญภาวนา  และตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง พระสงฆ์ และเวลา ๐๘.๐๐ น .ร่วมกันร้องเพลงชาติและ เพลงสรรเสริญพระบารมี  ในงานเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา ได้จัดรถรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ มารับบริจาคโลหิต ในงานด้วยและแจกแว่นสายตาแก่ผู้สูงอายุ  จำนวน ๒,๐๐๐  จากนั้น ประชาชน  ทุกหมู่เหล่า และนักเรียน นักศึกษา จะร่วมกัน บำเพ็ญประโยชน์โดยการทำความสะอาดสถานที่สาธารณต่าง ๆ  นอกจากนั้นยังจัดจุดให้ชาวนามาจำหน่ายข้าวสาร สู่ผู้บริโภคเพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางให้ชาวนาได้มีรายได้เพิ่ม    ส่วนต่างอำเภอ  นายอำเภอทุกแห่ง จะร่วมกับส่วนราชการและประชาชน ร่วมกันบำเพ็ญประโยชน์ทำความดีในรูปแบบต่าง ๆ  พร้อมกัน

         พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรครั้งแรกในภูมิภาค โดยนครราชสีมาเป็นจังหวัดแรกที่เสด็จพระราชดำเนิน ในระหว่างวันที่ 1-4 พฤศจิกายน 2498 นับเป็นปิติกาลของชาวจังหวัดนครราชสีมา มีเรื่องราวที่ประทับตรึงแน่แน่นอยู่ในความทรงจำ เล่าขานสืบต่อกันจนถึงทุกวันนี้ โดยทั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จทรงวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี

อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี  นับเป็นสถานที่สำคัญของจังหวัดนครราชสีมาที่ประชาชนมากราบไหว้ สักการะ อย่างไม่ขาดสายตลอดทั้งวัน เป็นศูนย์รวมจิตใจชาวนครราชสีมา  ตราบจนถึงทุกวันนี้

อนุสาวรีย์ของท่านประดิษฐานอยู่ที่หน้าประตูชุมพล ตั้งแต่วันที่ ๕ มกราคม พุทธศักราช ๒๔๗๗ และได้บูรณะใหม่ให้งามสง่ายิ่งขึ้นเมื่อ ๒๙ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๑๐

เหตุการณ์ที่สมควรจะบันทึกไว้ในปี พุทธศักราช ๒๕๒๔ คือเมื่อวันที่ ๕ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๒๔ เวลา ๑๔.๐๐ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ ทรงวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ท่ามกลางพสกนิกร ที่เข้าเฝ้าถวายความจงรักภักดีอย่างเนื่องแน่น ในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานบรมราโชวาทมีความตอนหนึ่งว่า
....ท้าวสุรนารีเป็นผู้ที่เสียสละเพื่อให้ประเทศชาติได้อยู่รอดปลอดภัย ควรที่อนุชนรุ่นหลังจะได้ระลึกถึงคุณงามความดีของท่าน บ้านเมืองทุกวันนี้เป็นสิ่งที่ต้องหวงแหน การหวงแหน คือ ต้องสามัคคี รู้จักหน้าที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน ชาวนครราชสีมา ได้แสดงพลังต้องการ ความเรียบร้อยความสงบเป็นปัจจัยสำคัญทำให้ชาติกลับปลอดภัยอีกครั้งหนึ่ง แม้ว่าสถานการณ์รอบตัวเราและรอบโลก จะผันผวนและ ล่อแหลมมาก แต่ถ้าทุกคนเข้มแข็ง สามัคคี กล้าหาญ และเอื้อเฟื้อต่อกันชาติก็จะมั่นคง....

 ส่วนในวันที่ ๑  ธันวาคม  ๒๕๕๙ จังหวัดนครราชสีมาก็ได้เชิญชวนประชาชนร่วมกันทำกิจกรรมถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันครบ๕๐  วัน   การสวรรคต  โดยช่วงเช้าเวลา ๐๖.๐๐ น.มีการทำบุญ ตักบาตร ข้าวสารอาหารแห้ง ณ ลานสวนน้ำบุ่งตาหลั่ว  ค่ายสุรนารี   และภาคบ่าย เวลา ๑๕.๐๐  น.   จะมีการทำขั่วหมี่โคราช ๘๙ กระทะ โดยเชฟ จากโรงแรมชื่อดัง  ณ บริเวณสวนท้าวสุรนารี และเย็นร่วมกันร้องเพลงชาติ ในเวลา ๑๘.๐๐  น. ต่อด้วยเพลงสรรเสริญพระบารมี  มีการแปรอักษรของนักเรียนโรงเรียนสุรนารี จำนวน ๑,๐๐๐  คน  การแสดงศิลปินพื้นบ้านเพลงโคราช   และศิลปินชาวนครราชสีมา  เสถียร  ทำมือ  ตั๊กแตน  ชลลดา   

.................